เมื่อ Bitcoin ได้รับความนิยมมากขึ้น ปัญหาธุรกรรมติดค้าง (Unconfirmed Transaction) ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน บทความนี้จะแนะนำวิธีแก้ไขปัญหานี้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถจัดการกับธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ระบบการทำงานของธุรกรรม Bitcoin
ธุรกรรม Bitcoin คือการโอนมูลค่าผ่าน Wallet โดยข้อมูลจะถูกส่งไปยังโหนดในเครือข่าย และถูกเก็บไว้ใน mempool จนกว่า Miner จะนำไปใส่ในบล็อก ธุรกรรมจะได้รับการยืนยันเมื่อถูกเพิ่มลงในบล็อก โดยแต่ละบล็อกมีขนาดสูงสุด 4 MB (ตามระบบ SegWit)
ที่มา: https://www.geeksforgeeks.org/how-does-bitcoin-mining-work/
2. ค่าธรรมเนียมธุรกรรม Bitcoin
ค่าธรรมเนียมมีผลต่อความเร็วในการยืนยันธุรกรรม เนื่องจาก Miner จะเลือกธุรกรรมที่ให้ค่าธรรมเนียมสูงก่อน
เครื่องมือคำนวณค่าธรรมเนียม
✅ mempool.space – ข้อมูลค่าธรรมเนียม Real-time
วิธีการคำนวณค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมธุรกรรม Bitcoin คำนวณจาก ขนาดข้อมูลธุรกรรม (ไบต์) ไม่ใช่จากจำนวน Bitcoin ที่โอน ยิ่งธุรกรรมมีขนาดใหญ่ ค่าธรรมเนียมก็จะสูงขึ้น เนื่องจากนักขุดมักจะเลือกธุรกรรมที่มีค่าธรรมเนียมต่อไบต์สูงกว่า
🔹 องค์ประกอบของธุรกรรม Bitcoin
ธุรกรรม Bitcoin ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักที่มีผลต่อขนาดของธุรกรรม:
- Input (แหล่งที่มาของ Bitcoin)
- Output (ปลายทางที่ส่ง Bitcoin ไป)
จำนวน input และ output จะส่งผลต่อขนาดธุรกรรมโดยตรง เช่น:
- ถ้าเคยได้รับ Bitcoin หลายครั้งในจำนวนเล็ก ๆ เมื่อส่งออกจะต้องรวม input หลายรายการ ทำให้ขนาดธุรกรรมใหญ่ขึ้น
- ถ้าธุรกรรมมี output หลายจุด (เช่น ส่งให้หลายคนพร้อมกัน) ก็จะเพิ่มขนาดด้วย
ค่าธรรมเนียมมักวัดเป็น satoshi ต่อไบต์ (sat/b) โดยที่ 1 Satoshi = 1/100,000,000 BTC
🔹 ตัวอย่างการคำนวณ
กรณีธุรกรรมมี 2 input และ 2 output (แบบ Legacy - P2PKH)
🔹 ขนาดธุรกรรม:
- ขนาด input: 2 × 148 = 296 ไบต์
- ขนาด output: 2 × 34 = 68 ไบต์
- Overhead: 10 ไบต์
- รวมทั้งหมด = 296 + 68 + 10 = 374 ไบต์
🔹 ถ้าอัตราค่าธรรมเนียมคือ 50 sat/b
- ค่าธรรมเนียม = 374 × 50 = 18,700 satoshi
🔹 ปัจจัยที่มีผลต่อค่าธรรมเนียม
-
ประเภทของ Address
- SegWit และ Taproot มีขนาดธุรกรรมเล็กกว่า Legacy ทำให้ค่าธรรมเนียมถูกลง
-
จำนวน Input/Output
- ธุรกรรมที่รวม input จำนวนมากมีขนาดใหญ่ขึ้นและแพงขึ้น
-
ความแออัดของเครือข่าย
- ถ้ามีธุรกรรมรอการยืนยันมาก อัตราค่าธรรมเนียมจะสูงขึ้น
3. สาเหตุที่ทำให้ธุรกรรมติดค้าง
-
เครือข่ายแออัด: มีธุรกรรมจำนวนมาก ทำให้พื้นที่ในบล็อกไม่พอ
-
ค่าธรรมเนียมต่ำ: ธุรกรรมที่มีค่าธรรมเนียมต่ำอาจรอนานหรือไม่ถูกยืนยันเลย
4. วิธีตรวจสอบธุรกรรม Bitcoin ที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
🔍 ใช้ Block Explorer เช่น mempool.space เพื่อตรวจสอบสถานะธุรกรรม
✅ วิธีตรวจสอบ
-
ไปที่เว็บไซต์ mempool.space
-
ค้นหาหมายเลข Transaction ID (TXID)
-
ดูสถานะว่า "Unconfirmed" หรือไม่
📌 คำแนะนำ: บันทึก TXID ทันทีหลังจากทำธุรกรรมเพื่อความสะดวกในการติดตาม
5. วิธีแก้ไขธุรกรรมที่ติดค้าง
✅ 1. Replace-by-Fee (RBF)
-
ส่งธุรกรรมใหม่โดยเพิ่มค่าธรรมเนียม
-
ต้องเปิดใช้งาน opt-in RBF ใน Wallet ก่อน
✅ 2. Child-Pays-for-Parent (CPFP)
-
สร้างธุรกรรมใหม่ (Child Transaction) ที่มีค่าธรรมเนียมสูงขึ้น เพื่อดึงธุรกรรมเก่ามาให้ยืนยันเร็วขึ้น
✅ 3. Transaction Accelerator
-
ใช้บริการจากเหมืองขุด เช่น ViaBTC หรือ Mempool
📌 ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำที่ต้องจ่าย เช่น 0.1 mBTC ต่อกิโลไบต์
6. การป้องกันปัญหาในอนาคต
✅ ประเมินความเร่งด่วนก่อนส่งธุรกรรม
✅ ตรวจสอบค่าธรรมเนียมเฉลี่ยของเครือข่าย
✅ ใช้ Lightning Network สำหรับธุรกรรมขนาดเล็ก
7. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
❓ ถ้าธุรกรรมติดค้าง เงินจะหายหรือไม่?
💡 เงินจะไม่หาย หากไม่ได้รับการยืนยัน จะถูกส่งกลับมายัง Wallet ต้นทางในประมาณ 14 วัน
❓ ทำไมต้องเปิดใช้งาน RBF ก่อนส่งธุรกรรม?
💡 ป้องกันความเข้าใจผิดเรื่อง Double Spending และช่วยให้ Miner ทราบว่าธุรกรรมสามารถปรับค่าธรรมเนียมได้
❓ Transaction Accelerator น่าเชื่อถือแค่ไหน?
💡 หากใช้บริการจาก ViaBTC หรือ Mempool จะมีความน่าเชื่อถือสูง
❓ ถ้าใช้ CPFP แล้วธุรกรรมแรกไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร?
💡 CPFP ทำงานเป็นคู่ – หากธุรกรรมลูก (Child) ได้รับการยืนยัน ธุรกรรมแม่ (Parent) จะได้รับการยืนยันด้วย
สรุป
หากธุรกรรม Bitcoin ติดค้าง สามารถแก้ไขได้ ผ่าน RBF, CPFP หรือ Transaction Accelerator
📌 ป้องกันปัญหาในอนาคต โดยตั้งค่าธรรมเนียมให้เหมาะสม และใช้ Lightning Network เพื่อลดการทำธุรกรรมบนเครือข่ายหลัก
ที่มา: https://cointelegraph.com/news/how-to-fix-a-stuck-bitcoin-transaction