สารบัญ

ตั้งแต่ที่มีข่าวใหญ่เรื่องผู้ใช้งาน Coldcard ถูกแฮกเงินออกจากกระเป๋าออกไป แอดเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่ได้ฟังข่าวนี้ก็ทำให้เกิดความกังวลใจให้คนที่เก็บ Bitcoin ด้วยตัวเองไม่มากก็น้อยเลยใช่ไหมครับ?

แต่เบื้องต้นแล้วแอดอยากให้เพื่อน ๆ สบายใจใน 2 ประเด็นนี้กันก่อนนะครับ

  • ระบบบล็อกเชนของ Bitcoin ไม่ได้ถูกแฮก: โครงสร้างความปลอดภัยของ Bitcoin ยังคงแข็งแกร่งและทำงานถูกต้อง 100% อยู่ครับ
  • ไม่ได้แปลว่า Hardware Wallet ยี่ห้ออื่นจะถูกแฮกด้วย : ปัญหาเกิดจากบั๊กของซอฟต์แวร์เฉพาะรุ่นของ Coldcard เท่านั้น แบรนด์อื่นอย่าง Trezor, OneKey, Blockstream Jade หรือ Keystone เองต่างก็ใช้ซอฟต์แวร์ที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง จึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุการณ์นี้ครับ

แล้วเกิดอะไรขึ้น เรามาหาต้นตอกันว่าจากข่าวแล้วเกิดอะไรกันขึ้นครับ โดยต้นต้นที่แท้จริงเกิดจากขั้นตอนการสุ่มสร้างค่าความสุ่ม (Entropy) ก่อนจะนำไปแปลงเป็นคำกู้คืนบน Coldcard Mk3 มีปัญหาครับ โดยปกติแล้ว

มาตรฐานความปลอดภัยปกติ

  • กระเป๋า Seed Phrase 12 คำ ต้องมีขนาดของ Entropy 128 bits (2^{128} รูปแบบ)
  • กระเป๋าSeed Phrase 24 คำ ต้องมีขนาดของ Entropy 256 bits (2^{256} รูปแบบ)

สิ่งที่เกิดขึ้นใน Coldcard Mk3 ที่ติดบั๊ก

  • ซอฟต์แวร์สุ่มค่าภายในทำงานผิดพลาด ทำให้ความสุ่มที่ควรจะซับซ้อน ร่วงลงมาเหลือเพียง ~40 bits (2^{40} รูปแบบ)

เปรียบเทียบเวลาในการคาดเดาให้เห็นภาพ (Brute-Force Time)

  • ระดับ 40 bits (2^{40} ประมาณ 1.1 ล้านล้านรูปแบบ): เป็นปริมาณที่น้อยมากในทางคณิตศาสตร์ การ์ดจอหรือคอมพิวเตอร์ทั่วไปของแฮกเกอร์ สามารถสุ่มคำนวณกวาดหาชุดคำที่ถูกต้องจนเจอได้ในเวลาเพียง ไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที เท่านั้นครับ
  • ระดับ 128 bits (2^{128} ประมาณ 3.4 x 10^{38} รูปแบบ): เป็นมาตรฐานที่ปลอดภัยสูง ต่อให้ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั้งหมดบนโลกรวมกันสุ่มหา ก็ต้องใช้เวลามากกว่า หลายล้านล้านปี
  • ระดับ 256 bits (2^{256}ประมาณ 1.15 x 10^{77} รูปแบบ): มีจำนวนรูปแบบความเป็นไปได้มหาศาล ใกล้เคียงกับจำนวนอะตอมทั้งหมดในจักรวาล จึงเป็นไปไม่ได้เลยในทางทฤษฎีที่จะคาดเดาได้สำเร็จครับ

Seed Phrase เกิดขึ้นได้อย่างไร? (อธิบายแบบเข้าใจง่าย)

สำหรับเพื่อน ๆ มือใหม่ แอดขอสรุปกระบวนการเปลี่ยน "ค่าความสุ่มทางกายภาพ" หรือ Entropy ให้กลายเป็น "Seed Phrase 12 หรือ 24 คำ" ที่เราใช้จดใส่กระดาษเป็น Flow สั้นๆ ดังนี้นะครับ

[ Entropy (ค่าสุ่มกายภาพ 128/256 bits) ]

                  │

                  ▼

[ SHA-256 Hash (คำนวณ Checksum ป้องกันพิมพ์คำผิด) ]

                  │

                  ▼

[ Wordlist Index (แปลงตัวเลขสุ่มเป็นดรรชนีคำ) ]

                  │

                  ▼

[ BIP-39 Seed Phrase (คำกู้คืนภาษาอังกฤษ 12 หรือ 24 คำ) ]

รายละเอียด 3 ขั้นตอนง่ายๆ

  • Entropy (ค่าความสุ่มเบื้องต้น): คือตัวเลขสุ่มขนาด 128 หรือ 256 bits ที่สุ่มสร้างมาจากปรากฏการณ์ทางกายภาพที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น สัญญาณรบกวนทางไฟฟ้า รหัสอุณหภูมิในชิป หรือแรงดันไฟฟ้า เป็นต้น
  • SHA-256 Hash & Checksum: นำค่า Entropy มาผ่านสมการ SHA-256 เพื่อสร้างส่วนท้ายที่เรียกว่า Checksum สำหรับใช้ตรวจเช็กเวลาเราพิมพ์คำกู้คืนว่าถูกต้องหรือไม่
  • BIP-39 Mnemonic Conversion: นำชุดตัวเลขสุ่มรวมกับ Checksum มาแปลงออกมาระบุตำแหน่งคำภาษาอังกฤษ 12 หรือ 24 คำจากตารางมาตรฐาน BIP-39 (ซึ่งมีคำทั้งหมด 2,048 คำ)

"เมื่อเพื่อน ๆ เข้าใจแล้วว่า Seed Phrase ถูกสร้างมาจากค่าความสุ่ม (Entropy) เป็นหลัก คำถามสำคัญถัดมาคือ 'แล้ว Hardware Wallet แต่ละแบรนด์ มีวิธีดึงค่าความสุ่มมาจากไหน เพื่อให้มั่นใจว่า Seed Phrase ของเราจะไม่ซ้ำกับใครและไม่มีใครคาดเดาได้?'

เพราะแต่ละแบรนด์ต่างออกแบบระบบสุ่ม (TRNG - True Random Number Generator) และการเลือกใช้ชิปความปลอดภัย (Secure Element) ที่แตกต่างกันออกไปครับ ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกรายละเอียดของแต่ละแบรนด์ แอดได้สรุปภาพรวมระบบความปลอดภัยและแหล่งสุ่ม Entropy ของ 4 แบรนด์ยอดนิยม มาให้เพื่อน ๆ ดูเปรียบเทียบกันง่าย ๆ ในตารางนี้ก่อนครับ👇"

ทำความรู้จักระบบสุ่มหลักของ Hardware Wallet แต่ละยี่ห้อ

Featured Products
Loading products...

1. Trezor

  • แนวคิดการสร้าง : Trezor ใช้ระบบสุ่มแบบผสมผสานหลากแหล่ง (Multi-Source Entropy) โดยดึงความสุ่มจากฮาร์ดแวร์ภายในเครื่อง มาผ่านกระบวนการ Hash รวมกับค่าสุ่มภายนอกที่ส่งมาจากระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์/สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อ ก่อนจะสรุปผลเป็น Seed Phrase
  • ปัจจัยทางกายภาพที่ใช้สุ่ม (Physical Factors)
    • Clock Jitter & Thermal Noise: สัญญาณรบกวนจากการผันผวนของรอบนาฬิกาและอุณหภูมิภายในไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU)
    • Voltage Fluctuation ในชิป SE: ดึงค่าความสุ่มอนาลอกจากแรงดันไฟฟ้าภายในชิป Secure Element (ในรุ่น Safe 3, Safe 5, Safe 7)
    • Host OS External Entropy: ค่าความสุ่มทางซอฟต์แวร์จากระบบปฏิบัติการที่เชื่อมต่อเข้ามา
  • การผสมระหว่าง Hardware TRNG ภายในเครื่อง + Host OS ทำให้ต่อให้แหล่งสุ่มใดแหล่งหนึ่งบกพร่อง อีกแหล่งก็ยังคงรักษาความสุ่มขนาด 128/256 bits ไว้ได้อย่างปลอดภัยเสมอครับ

ลิงก์อ้างอิงทางการ (Official): Trezor Guide: What is Entropy and How Trezor Generates Your Wallet

Featured Products
Loading products...

2. OneKey

  • แนวคิดการสร้าง : OneKey ใช้ Secure Element (EAL6+) เป็น Hardware-based TRNG เป็นหลัก โดยนำค่าความสุ่มจากหลายแหล่งมาผสมกัน (Mixing Entropy Sources) และมีวงจรตรวจสอบความผิดปกติของการสุ่มแบบเรียลไทม์ (TRNG Abnormality Checks) พร้อมวงจรประมวลผลย้อนหลัง (Post-processing Circuit) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล AIS20/31 PTG.2 ก่อนนำค่าความสุ่มที่สมบูรณ์ไปแปลงเป็นคำกู้คืนตามมาตรฐาน BIP-39 (PBKDF2)
  • ปัจจัยทางกายภาพที่ใช้สุ่ม (Physical Factors)
    • Electronic Noise (สัญญาณรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์): ใช้ความสุ่มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าในวงจรฮาร์ดแวร์ของชิป SE
    • Ambient Environmental Noise: สกัดค่าความสุ่มเสริมจากสภาพแวดล้อมรอบข้างเข้ามาผสมใน Entropy Pool เช่น ความผันผวนของอุณหภูมิรอบเครื่อง (Temperature variations) และอาการแกว่งของรอบนาฬิกาชิป (Clock jitter)
  • ชิป SE ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล EAL6+ และมีวงจรตรวจเช็กความบกพร่องของ TRNG ย้อนหลังตามมาตรฐาน AIS20/31 PTG.2 เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเผลอนำค่าสุ่มที่ผิดปกติไปใช้งาน โดยกระบวนการสุ่มและคำนวณทั้งหมดจะประมวลผลอยู่ภายในชิปความปลอดภัยออฟไลน์ และไม่เคยส่งค่าสุ่มดิบออกนอกอุปกรณ์

🔗 ลิงก์อ้างอิงทางการ (Official): OneKey Help: How OneKey Hardware Wallets Generate Seed Phrases and Guarantee Randomness และOneKey Help: What is Secure Element (SE)?

Featured Products
Loading products...

3. Blockstream Jade

  • แนวคิดการสร้าง : Jade ใช้โครงสร้างสะสมค่าความสุ่ม (Entropy Accumulator) ขนาด 32 ไบต์ โดยขณะเปิดเครื่อง ระบบจะรวบรวมค่าความสุ่มจากเซนเซอร์กายภาพหลากชนิด แล้วนำมาผ่านสมการ SHA-512 วนซ้ำเพื่อสร้างเป็นค่า Entropy 128/256 bits สำหรับแปลงเป็น Seed Phrase และเมื่อสร้างสำเร็จแล้ว Jade จะใช้ระบบ Virtual Secure Element (Blind Oracle) ร่วมกับรหัส PIN ของเรา ในการสร้างกุญแจเข้ารหัสเพื่อล็อกเก็บ Seed นั้นไว้ออฟไลน์ในเครื่องอย่างปลอดภัย
  • ปัจจัยทางกายภาพที่ใช้สุ่ม (Physical Factors - Multi-Source):
    • Camera Boot Snapshots: ภาพถ่ายหลายเฟรมสุ่มจากกล้องขณะเปิดเครื่อง (บนรุ่นที่มีกล้อง)
    • Raw Radio Noise: สัญญาณรบกวนจากคลื่นวิทยุความถี่ไร้สาย โดยสั่งเปิดฟังก์ชัน bootloader_random_enable() สุ่มเก็บคลื่นขณะบูต
    • CPU Counters & Clock Oscillators: ตัวนับรอบการทำงานของไมโครโปรเซสเซอร์
    • Ambient Temperature & Battery State: ค่าความผันผวนของอุณหภูมิรอบเครื่องและสถานะแรงดันแบตเตอรี่
    • User Interaction Timing: จังหวะเวลาในการกดปุ่มหรือหมุน Wheel ปรับเมนูของผู้ใช้
  • ด้านการสุ่ม : เป็นกระบวนการเก็บค่าสุ่มจากค่ารบกวนทางกายภาพจากเซนเซอร์หลากชนิดมาผสมผ่านสมการ SHA-512 และเปิดเผยซอร์สโค้ดให้ตรวจสอบได้ 100% (Open-Source)
  • ด้านการล็อกเก็บ Seed: แม้จะไม่มีชิป Secure Element กายภาพแบบปิดเพื่อรักษาความเป็น Open-Source แต่ Jade ทดแทนด้วยระบบ Virtual Secure Element (Blind Oracle) ซึ่งนำรหัส PIN ไปคำนวณรหัสลับ (ECDH) ร่วมกับเซิร์ฟเวอร์เพื่อสร้างกุญแจ AES-256 มาล็อกเข้ารหัสตัว Seed Phrase ไว้ออฟไลน์ หากมีการใส่ PIN ผิดเกิน 3 ครั้ง กุญแจเข้ารหัสบนเซิร์ฟเวอร์จะถูกลบทิ้งทันที ทำให้ดึงข้อมูลออกไปไม่ได้

ลิงก์อ้างอิงทางการ (Official): Blockstream Help: How Does Jade Generate My Recovery Phrase?

ลิงก์อ้างอิงทางการ (Official - การทำงานของ Virtual SE/Blind Oracle): Blockstream Help: How Does Jade Protect My Recovery Phrase with a Blind Oracle?

4. Keystone

  • แนวคิดการสร้าง : Keystone ใช้สถาปัตยกรรมชิปความปลอดภัยแบบสามตัว (Triple Secure Elements) ซึ่งภายในชิป SE มี TRNG เฉพาะ ทำงานร่วมกันในการสร้าง Seed Phrase โดยนำค่าความสุ่มทางฮาร์ดแวร์จริง (TRNG) ที่สุ่มได้มารวมกับค่าทางกายภาพแล้วส่งเข้าไปยัง Entropy Pool ก่อนจะนำไปคำนวณสร้าง Seed Phrase ตามมาตรฐาน BIP-39 แบบออฟไลน์ 100%
  • ปัจจัยทางกายภาพที่ใช้สุ่ม (Physical Factors):
    • Triple SE Hardware TRNG Modules : ภายในเนื้อสารกึ่งตัวนำซิลิกอนของชิป Secure Element (ARM Cortex M0) ทั้ง 3 ตัว จะมีโมดูล TRNG ทำหน้าที่วัดความผันผวนของกระแสไฟฟ้าระดับจิ๋ว (Thermal & Shot Noise) ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติทางฟิสิกส์เมื่อมีกระแสไฟไหลผ่าน แล้วนำค่าสุ่มจากชิปทั้ง 3 ตัวมารวมเป็น Entropy Pool เดียวกัน
    • MCU Thermal & Timing Fluctuations: ค่าความสุ่มเสริมจากความผันผวนของจังหวะเวลาประมวลผล (Clock Jitter) และสัญญาณรบกวนทางความร้อนของไมโครคอนโทรลเลอร์หลัก (MCU) ขณะทำงาน นำมาผสมรวมเข้ากับค่าสุ่มของชิป SE
  • การกระจายตัวสุ่มทางฮาร์ดแวร์ไปบนชิป SE ถึง 3 ตัว ช่วยขจัดความเสี่ยงเรื่องการพึ่งพาชิปตัวเดียว (Single Point of Failure) เพราะต่อให้ชิปตัวใดตัวหนึ่งเกิดความบกพร่อง ค่าสุ่มผสมจากชิปที่เหลือก็ยังคงความสุ่มรัดกุมสูง และกระบวนการตั้งค่าทั้งหมดทำงานอยู่ออฟไลน์แบบตัดขาดสัญญาณไร้สาย (100% Air-gapped)

ลิงก์อ้างอิงทางการ (Official - คู่มือการสร้าง Seed ออฟไลน์): Keystone 3 Pro Official Guide - Offline Seed Generation

ลิงก์อ้างอิงทางการ (Official - สเปกฮาร์ดแวร์ TRNG บน GitHub): Keystone Developer Documents - Secure Element Datasheet

ตารางเปรียบเทียบภาพรวม Hardware Wallet 4 ยี่ห้อหลัก

ยี่ห้อ / รุ่นหลัก ชิปความปลอดภัย (Secure Element) แหล่งสุ่มค่า Entropy (Entropy Source) ระดับ Open Source
Trezor(Safe 3 / Safe 5 / Safe 7) OPTIGA™ Trust M (EAL6+)(Safe 7 ใช้ Dual SE: TROPIC01 + OPTIGA Trust M) Hardware TRNG (MCU/SE) + Host OS Randomness Open Source ทั้ง Firmware & Hardware
OneKey(Classic 1S / 1S Pure / Pro) THD89 (EAL6+)(รุ่น Pro ใช้ EAL6+ 4ชิ้น) EAL6+ SE Hardware TRNG + MCU Noise Open Source (App & Firmware)
Blockstream Jade(Jade Core / Jade Plus) Virtual Secure Element(Blind Oracle - PIN Split) Multi-Source Entropy (Sensors/Camera/Radio TRNG/App) Open Source 100% ทั้ง HW & SW
Keystone(Keystone 3 Pro) Triple Secure Element(EAL6+ จากผู้ผลิตหลายราย) Triple SE Hardware TRNGs + MCU Noise Pool Open Source Firmware & Hardware

สรุป

แอดอยากจะฝากทุกคนไว้ว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเครื่องตอกย้ำเรื่องของการ Self-Custody อย่างแท้จริงครับ ในโลกที่เราต้องการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางหรือธนาคาร สิ่งที่มาพร้อมกับอิสรภาพทางการเงิน (Financial Sovereignty) คือ "ความรับผิดชอบ"

การเลือกใช้ Hardware Wallet ไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์มาเสียบแล้วจบ แต่คือการเรียนรู้ความเข้าใจในหลักการทำงานพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Entropy, Passphrase หรือการกู้คืนกระเป๋า การที่แบรนด์ต่าง ๆ มีแนวทางการออกแบบที่แตกต่างกัน เป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภคในการเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงและไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุดครับ

ทิ้งข้อความไว้

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเผยแพร่

เว็บไซต์นี้ได้รับการคุ้มครองโดย hCaptcha และมีการนำนโยบายความเป็นส่วนตัวของ hCaptcha และข้อกำหนดในการใช้บริการมาใช้

เปรียบเทียบ Hardware Wallet แต่ละยี่ห้อ แบรนด์เยอะ ตัวเลือกแยะ มือใหม่จะดูยังไงและเลือกรุ่นไหนดี?

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เปรียบเทียบ Hardware Wallet แต่ละยี่ห้อ แบรนด์เยอะ ตัวเลือกแยะ มือใหม่จะดูยังไงและเลือกรุ่นไหนดี?

ควรมี Hardware Wallet กี่เครื่อง? แนวคิด Backup และ Redundancy สำหรับมือใหม่

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ควรมี Hardware Wallet กี่เครื่อง? แนวคิด Backup และ Redundancy สำหรับมือใหม่

ทำความเข้าใจ Hardware Wallet และ Seed Phrase เปรียบเทียบให้เห็นภาพตามแต่ละ Gen

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ทำความเข้าใจ Hardware Wallet และ Seed Phrase เปรียบเทียบให้เห็นภาพตามแต่ละ Gen