ในโลกคริปโตที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ส เรามาอยู่ในยุคที่ Hardware Wallet ก็พัฒนาไปไกลกว่าแค่กล่องเล็กๆ แล้วเช่นกัน หลาย ๆ อย่างกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สะดวกสบายและพกพาง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "Hardware Wallet ในรูปแบบบัตร" ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะทั้งบางเบา พกพาสะดวกเหมือนบัตรเครดิต และใช้งานง่ายแค่แตะกับสมาร์ทโฟน

วันนี้แอดจะพาเพื่อน ๆ มาเจาะลึกการเปรียบเทียบสองผู้เล่นหลักในตลาด Hardware Wallet รูปแบบบัตรกัน คือ Tangem Hardware Wallet และ Tapsigner ถึงแม้ทั้งคู่จะนำเสนอความปลอดภัยในรูปแบบบัตรที่้เน้นความสะดวก พกพาง่ายและใช้งานผ่าน NFC คล้ายคลึงกัน แต่เบื้องหลังความสะดวกสบายนั้นมีคุณสมบัติและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาร่วมค้นหาว่า Hardware Wallet รูปแบบบัตรแบบไหนที่ใช่สำหรับสไตล์การลงทุนของคุณ

Tangem Hardware Wallet – ง่าย สะดวก หลากหลาย

Tangem Wallet นำเสนอแนวคิดที่แตกต่างจาก Hardware Wallet ทั่วไป ด้วยรูปแบบของ "บัตร" คล้ายบัตรเครดิต หรือแม้แต่ "แหวน" (Tangem Ring) ที่เป็นฟอร์มแฟคเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ การออกแบบนี้เน้นความเรียบง่ายและสะดวกในการพกพา ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายผ่านเทคโนโลยี NFC เพียงแค่แตะบัตรหรือแหวนกับสมาร์ทโฟนที่รองรับ NFC ก็สามารถเข้าถึงและทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้ทันที

หนึ่งในคุณสมบัติหลักของ Tangem คือการมาเป็น ชุด 2 หรือ 3 ใบ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเลือกการสำรองข้อมูลหลัก กลไกนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกู้คืนสินทรัพย์ได้ในกรณีที่การ์ดหลักสูญหายหรือเสียหาย โดย ไม่จำเป็นต้องจดจำ Seed Phrase แบบดั้งเดิม (แม้ว่า Tangem Wallet รุ่น 2.0 จะเพิ่มตัวเลือกในการสร้างหรือนำเข้า Seed Phrase (BIP39) สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการวิธีการสำรองข้อมูลแบบคุ้นเคยก็ตาม)

สิ่งที่ทำให้ Tangem โดดเด่นคือ ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่หรือใช้สายเชื่อมต่อใดๆ ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการพกพาและใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีความทนทานสูง ด้วยการรับรอง IP68 ที่หมายถึงการกันน้ำและกันฝุ่น รวมถึงความสามารถในการทนต่ออุณหภูมิสุดขั้วและ X-rays

Private Key ของ Tangem ถูกสร้างขึ้นภายในชิป Secure Element โดยใช้ True Random Number Generator (TRNG) ซึ่งรับรองว่าคีย์ที่สร้างขึ้นนั้นเป็นเอกลักษณ์และสุ่มอย่างแท้จริง และ Private Key จะไม่เคยออกจากชิปในสถานะที่ไม่ได้เข้ารหัส

 

ข้อดีของ Tangem Wallet

  • ความง่ายในการใช้งาน : ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ตั้งค่ารวดเร็ว การออกแบบคล้ายบัตรเครดิตและการใช้เป็นรูปแบบ NFC 
  • ความสะดวก : บาง พกพาง่าย ใส่กระเป๋าเงินได้สบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หรือสายเคเบิลเชื่อมต่อ
  • ความแข็งแรงทนทาน : รับรอง IP68 (กันน้ำ กันฝุ่น), ทนต่อ X-rays, วัสดุแข็งแกร่ง (Zirconium Dioxide สำหรับ Tangem Ring) มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 25 ปี
  • รองรับสินทรัพย์ที่หลากหลาย : Tangem รองรับสกุลเงินดิจิทัลและโทเค็นกว่า 16,000 สกุลเงิน บนกว่า 85 เครือข่ายบล็อกเชน ณ กรกฎาคม 2025 (รวมถึง Bitcoin, Ethereum, Solana, Cardano, Polygon ฯลฯ) เหมาะสำหรับผู้ที่มีพอร์ตโฟลิโอคริปโตที่หลากหลาย 
  • ความปลอดภัย : ใช้ชิป Secure Element ที่ได้รับการรับรอง Common Criteria EAL6+ (มาตรฐานสูงสุด) เฟิร์มแวร์ผ่านการตรวจสอบอิสระสองครั้งจากบริษัทชั้นนำ และไม่เคยมีรายงานการแฮก Tangem Wallet ที่ประสบความสำเร็จ
  • ระบบสำรองข้อมูลที่ยืดหยุ่น : มีตัวเลือกการสำรองข้อมูลด้วยการ์ดสำรอง 2-3 ใบ หรือ Seed Phrase (สำหรับรุ่น 2.0)

ข้อจำกัดของ Tangem Wallet

  • ต้องใช้สมาร์ทโฟน : การใช้งาน Tangem จำเป็นต้องมีสมาร์ทโฟนที่รองรับ NFC ไม่มีตัวเลือกการใช้งานบนคอมพิวเตอร์โดยตรง
  • เฟิร์มแวร์เป็น Closed Source : แม้แอปจะเป็น Open Source และผ่านการตรวจสอบ แต่เฟิร์มแวร์บนชิป Secure Element เป็น Closed Source ซึ่งอาจเป็นข้อกังวลสำหรับผู้ที่ต้องการความโปร่งใสสูงสุด
  • การกู้คืนอาจซับซ้อนหากไม่มี Seed Phrase : หากคุณเลือกไม่ใช้ Seed Phrase และทำบัตรสำรองหายหมด รวมถึงลืมรหัสผ่าน อาจนำไปสู่การสูญเสียสินทรัพย์ถาวรได้
  • ข้อจำกัดในการรวมกับ DeFi/dApps และ Multi-Signature wallet : แม้จะรองรับ WalletConnect แต่ก็ไม่ได้มีการรวมเข้ากับ DeFi หรือ dApps ที่ซับซ้อนได้โดยตรงเท่า Hardware Wallet แบบดั้งเดิม และไม่สามารถทำ Multisig ได้
  • ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนอาจสูงกว่า : การใช้ฟีเจอร์ Tangem Express เพื่อแลกเปลี่ยนเหรียญผ่าน SimpleSwap หรือ Changelly อาจมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าการแลกเปลี่ยนบนแพลตฟอร์มอื่น

ราคา 2,660 บาท  👉🏻 Tangem 3 Card set - Bitcast


Tapsigner – สำหรับ Bitcoiner โดยแทร่

Tapsigner เป็น Hardware Wallet ในรูปแบบการ์ดที่ออกแบบมาเพื่อเก็บ Private Key ของ Bitcoin โดยเฉพาะ โดยถูกนิยามว่าเป็น "Bitcoin Private Key on a card" การ์ดนี้ใช้งานโดยการแตะกับสมาร์ทโฟนที่รองรับ NFC เพื่อเซ็นธุรกรรม Bitcoin

Tapsigner ถูกวางตำแหน่งให้เป็น "สะพานเชื่อม" หรือ "Middle Ground" ระหว่างความสะดวกของ Hot Wallet กับความปลอดภัยของ Cold Storage โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ทำธุรกรรม Bitcoin ที่บ่อยครั้ง ในขณะที่ยังคงรักษาความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์ Private Key ของ Tapsigner ถูกสร้างขึ้นโดยการรวม Entropy (ข้อมูลสุ่ม) ของผู้ใช้เข้ากับ Entropy ที่เลือกโดยการ์ดในระหว่างกระบวนการตั้งค่า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ผลิตไม่ทราบ Private Key ของผู้ใช้

Tapsigner มาพร้อม ปลอกป้องกันคลื่นวิทยุ (RF-blocking sleeve) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านคลื่นวิทยุ

 

ข้อดีของ Tapsigner

  • Bitcoin-Only : เหมาะสำหรับผู้ใช้ Bitcoin เพียงอย่างเดียว 
  • ราคาประหยัด : Tapsigner เป็นตัวเลือกที่ราคาเข้าถึงได้ง่าย (1,440 บาท) ทำให้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของ Hardware Wallet ให้เข้าถึงคนได้กว้างขึ้น
  • พกพาสะดวก : ด้วยรูปแบบบัตรทำให้สามารถพกพาได้ง่ายในกระเป๋าเงินทั่วไป
  • รองรับ Multi-Signture wallet : Tapsigner สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Multi-signature wallet ได้โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ Nunchuk Wallet ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้งานขั้นสูงที่ต้องการความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น
  • การสร้าง Private Key ที่ปลอดภัย: Private Key ถูกสร้างโดยการรวม Entropy ของผู้ใช้และการ์ด ทำให้มั่นใจในความปลอดภัยว่า Private Key ของเราจะไม่เคยออกจากอุปกรณ์
  • โปรโตคอลการสื่อสาร Open Source : ไลบรารี Python และ Protocol Specification สำหรับการสื่อสารกับการ์ดเป็น Open Source ซึ่งเพิ่มความโปร่งใสในระดับโปรโตคอล


ข้อจำกัดของ Tapsigner

  • รองรับเฉพาะ Bitcoin : ไม่รองรับการจัดการสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ทำให้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีพอร์ตโฟลิโอหลากหลาย
  • ไม่มีหน้าจอแสดงผล : ผู้ใช้ไม่สามารถยืนยันรายละเอียดธุรกรรมบนอุปกรณ์ได้โดยตรง ต้องอาศัยหน้าจอของสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle (MITM) หากสมาร์ทโฟนถูกบุกรุก
  • Firmware เป็น Close Source : Firmware ที่ทำงานบนชิป Secure Element ไม่ได้เป็น Open Source
  • ไม่ใช้ BIP-39 Seed Phrase : การสำรองข้อมูลทำโดยการเข้ารหัส XPRV ด้วยคีย์ 16 ไบต์ที่พิมพ์อยู่บนการ์ด ซึ่งแตกต่างจาก Seed Phrase แบบ 12/24 คำที่คุ้นเคย
  • พึ่งพาแอปพลิเคชันภายนอก : การทำงานขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชัน Wallet ของบุคคลที่สาม (เช่น Nunchuk) ซึ่งประสบการณ์ผู้ใช้อาจแตกต่างกันไป
  • ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการ HODL จำนวนมาก และระยะยาว : Coinkite แนะนำ Coldcard ซึ่งเป็น Hardware Wallet ที่มีความปลอดภัยสูงกว่าของตนเอง สำหรับการจัดเก็บ Bitcoin ในระยะยาวและจำนวนมาก

ราคา 1,440 บาท 👉🏻 Tapsigner - Bitcast


Tangem หรือ Tapsigner? เลือกตัวไหนดีให้เหมาะกับคุณ

การตัดสินใจเลือก Hardware Wallet ที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะการใช้งานของคุณเป็นหลักครับ

Tangem Hardware Wallet เหมาะสมกับ

  • มือใหม่ในโลกคริปโต : ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายคล้ายบัตรเครดิตและการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่ใช้ง่าย Tangem ช่วยลดความซับซ้อนที่มักพบใน Hardware Wallet แบบดั้งเดิม การตั้งค่ารวดเร็ว ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง (เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นแต่อาจจะไม่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการเก็บระยะยาว)
  • นักลงทุนที่มีพอร์ตโฟลิโอหลากหลาย : หากคุณถือทั้ง Bitcoin, Ethereum, Solana, หรือ Altcoin อื่นๆ จำนวนมาก Tangem คือโซลูชัน "One-Stop-Service" ที่ช่วยให้คุณจัดการสินทรัพย์ทั้งหมดได้ในอุปกรณ์เดียว
  • ผู้ที่ต้องการเน้นเรื่องความสะดวกสบาย : การออกแบบที่บาง พกพาง่าย และไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ ทำให้ Tangem เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

Tapsigner เหมาะสมกับ

  • Bitcoin HODLER : สำหรับผู้ที่เชื่อมั่นใน Bitcoin เพียงอย่างเดียว และต้องการ Hardware Wallet ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของ Bitcoin โดยเฉพาะ 
  • ผู้ใช้ Bitcoin ขั้นสูงและผู้ที่ต้องการ Multi-Signture wallet 
  • ผู้ที่ต้องการ Hardware Wallet ราคาประหยัดสำหรับ Bitcoin : ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ ง่าย ทำให้ Tapsigner เข้าถึงผู้ใช้ Bitcoin ได้กว้างขึ้น แต่อาจไม่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการจะเก็บระยะยาว


บทสรุปและคำแนะนำ

ทั้ง Tangem Hardware Wallet และ Tapsigner ต่างนำเสนอโซลูชันการจัดเก็บ Private Key แบบออฟไลน์ที่ทันสมัยและสะดวกสบายในรูปแบบการ์ดที่โดดเด่นครับ

หากคุณกำลังมองหา ความเรียบง่าย การรองรับสินทรัพย์ที่หลากหลาย และความสะดวกสบาย ในการจัดการพอร์ตโฟลิโอคริปโตที่แตกต่างกัน รวมถึงเป็นมือใหม่ในวงการ Tangem Wallet คือตัวเลือกที่ดีกว่าครับ

แต่ถ้าคุณเป็นผู้ที่เน้น Bitcoin เพียงอย่างเดียว มีประสบการณ์ และต้องการความสามารถขั้นสูง เช่น Multisig หรือ Hardware wallet ที่เก็บ Bitcoin ในราคาที่คุ้มค่า Tapsigner คือคำตอบที่เหมาะสมกว่าครับ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ใช้ทุกคนควรทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบและพิจารณาความต้องการด้านความปลอดภัยและประสบการณ์การใช้งานของตนเองก่อนตัดสินใจ

การลงทุนใน Hardware Wallet ใดๆนั้น คือ การดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย“ตัวเอง”เป็นความรับผิดชอบที่สำคัญที่ตัวเองจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ และการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมคือก้าวแรกสู่ความปลอดภัยทางการเงินในโลกคริปโตครับ

ทิ้งข้อความไว้

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเผยแพร่

เว็บไซต์นี้ได้รับการคุ้มครองโดย hCaptcha และมีการนำนโยบายความเป็นส่วนตัวของ hCaptcha และข้อกำหนดในการใช้บริการมาใช้

วิธีรีเซ็ตเครื่อง (ล้างเครื่อง) Trezor Safe 3, 5 และ 7 กรณีลืมรหัส PIN

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ลืม PIN  แก้ยังไงใน Hardware Wallet ตระกูล Trezor Safe 

ทำความรู้จัก Trezor จุดเริ่มต้นของ Hardware Wallet และเหตุผลที่นักลงทุนทั่วโลกเลือกใช้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ทำความรู้จัก Trezor จุดเริ่มต้นของ Hardware Wallet และเหตุผลที่นักลงทุนทั่วโลกเลือกใช้

คู่มือเลือก Bitcoin Address สำหรับโอน Bitcoin เข้ากระเป๋าส่วนตัว สำหรับมือใหม่

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 4 ประเภท Bitcoin Address เลือกใช้แบบไหนดี? (สำหรับมือใหม่)