- ส่วนที่ 1 : การเตรียม Hardware Wallet (Trezor)
- 1.1 เตรียม Trezor และสร้าง Address
- ส่วนที่ 2 (1) : เริ่มต้นโอนจาก Binance (ขั้นตอนทั่วไป)
- เข้าสู่หน้า "ถอน" (Withdrawal) บน Binance
- การกรอกข้อมูลโอน BTC บน Binance
- การตรวจสอบข้อมูลการโอน BTC บน Binance
- กระบวนการหลังจากการบิทคอยน์บน Binance
- ส่วนที่ 3 : ตรวจสอบความสำเร็จใน Trezor Suite (Hardware Wallet)
ยกระดับความปลอดภัยด้วย Hardware Wallet
คุณได้เลือกหนทางที่ดีที่สุดในการ Self-Custody แล้วครับ! การย้ายทรัพย์สินดิจิทัลจาก Exchange (Binance) ไปยัง Hardware Wallet (Trezor) คือการเปลี่ยนจากการเก็บเหรียญแบบ "ออนไลน์" ไปเป็นการเก็บแบบ "ออฟไลน์" (Cold Storage) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในโลกคริปโตฯ ครับ
คู่มือนี้จะพาคุณจับมือทำทีละขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อให้การโอนเหรียญของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัยครับ
ส่วนที่ 1 : การเตรียม Hardware Wallet (Trezor)
ก่อนเข้าแอป Binance เราต้องใช้ Trezor สร้าง "Address (ที่อยู่รับเหรียญ)" ให้พร้อมก่อนครับ (หากเพื่อน ๆ มี Hardware Wallet รุ่นอื่นอยู่ สามารถใช้ได้ตามสะดวกเลยนะครับ แต่ในบทความนี้ผมจะใช้ Trezor เป็นตัวอย่างในการรับโอนเหรียญครับ)
1.1 เตรียม Trezor และสร้าง Address
- เปิด Trezor Suite: เชื่อมต่ออุปกรณ์ Trezor ที่มีการใส่ Seed Phrase เรียบร้อยแล้วของคุณ เข้ากับคอมพิวเตอร์ และเปิดโปรแกรม Trezor Suite

- Bitcoin (BTC)
2.1 เลือกบัญชี และกด "Receive" (รับ): เลือกบัญชีเหรียญที่ต้องการรับ (Bitcoin) และกดปุ่ม "Receive" เพื่อสร้างที่อยู่รับเหรียญ และกดปุ่ม “Show full address” เพื่อแสดงที่อยู่รับเหรียญ


2.2 ยืนยันบนอุปกรณ์ (สำคัญมากครับ!): Trezor Suite จะแสดงที่อยู่ (Address) ขึ้นมา คุณต้องยืนยันว่าที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตรงกับ ที่อยู่บนหน้าจออุปกรณ์ Trezor ของคุณ 100%
เหตุผล: เพื่อป้องกันมัลแวร์ที่อาจเปลี่ยน Address บนหน้าจอคอมฯ โดยที่คุณไม่รู้ตัวครับ



2.3 คัดลอก Address: คัดลอก Address ที่คุณยืนยันแล้วจาก Trezor Suite เตรียมไว้

เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับการเตรียม "Address (ที่อยู่รับเหรียญ)" สำหรับรับ Bitcoin ครับ
[คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับมือใหม่] : ปกติในแต่ละครั้งที่คุณกด “Receive” ที่ Trezor ระบบจะแสดง ที่อยู่รับเหรียญใหม่ (Address) ขึ้นมาให้คุณใช้เสมอ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการทำธุรกรรมคริปโตฯครับ ดังนั้นไม่ต้องกังวลถ้า Address ในแต่ละครั้งจะไม่เหมือน Address ที่คุณเคยใช้ครั้งก่อน เพราะ Trezor ตั้งใจสร้าง Address ใหม่ทุกครั้ง เพื่อให้ใครก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าคุณมีเหรียญใน Wallet นี้รวมกันอยู่เท่าไหร่นั่นเองครับ
ส่วนที่ 2 (1) : เริ่มต้นโอนจาก Binance (ขั้นตอนทั่วไป)
เข้าสู่หน้า "ถอน" (Withdrawal) บน Binance
- เข้าสู่แอป Binance
- ไปที่เมนู “Assets” มุมด้านล่างฝั่งขวามือ เพื่อดูรายการสินทรัพย์ดิจิทัล
- เลือก “Send” เพื่อส่งบิทคอยน์
- เลือก “On-Chain Withdraw” เพื่อส่งบิทคอยน์โดยใช้ Bitcoin Network
- เลือกเหรียญที่ต้องการโอน “BTC”

การกรอกข้อมูลโอน BTC บน Binance
- Address (ที่อยู่): วางที่อยู่ BTC ที่คัดลอกและยืนยันแล้วจาก OneKey (ตรวจสอบ 5 ตัวแรกและ 5 ตัวสุดท้าย ว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่)
- Network (เครือข่าย): เลือก Bitcoin Network หรือ BTC
- Amount (จำนวน): ใส่จำนวน BTC ที่ต้องการโอนหรือถอน
- ตรวจสอบค่าธรรมเนียม และ จำนวนเหรียญที่คุณจะได้รับ แล้วกดปุ่ม "Withdraw”

การตรวจสอบข้อมูลการโอน BTC บน Binance
- ตรวจสอบ “Address (ที่อยู่ปลายทาง)” อีกครั้ง (สำคัญมากครับ!) ถ้าถูกต้องแล้ว คุณสามารถกด “Confirm” ได้เลยครับ
- กดเลือก “Another Verification Method” เพื่อยืนยันตัวตนด้วยระบบที่ตั้งค่าไว้ ในกรณีที่ง่ายที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดเลือก “Touch ID/Face ID”
- หรือหากเลือกใช้การยืนยันตัวตนประเภทอื่นให้เลือกตามที่ตั้งค่าไว้
- กด “Send Code” เพื่อขอรับรหัส OTP ผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้
- กด “Send Code” เพื่อขอรับรหัส OTP ผ่านอีเมลที่ลงทะเบียนไว้
- เปิดแอป Google Authenticator นำรหัสที่ได้จากแอป “Google Authenticator” มากรอกใส่ในแอป “Binance” และกด “Submit”


กระบวนการหลังจากการบิทคอยน์บน Binance
- เมื่อยืนยันแล้ว ระบบจะขึ้นว่า “Withdrawal Processing” ซึ่งหมายความว่าระบบกำลังดำเนินการทำธุรกรรมนี้อยู่นั่นเอง
- รอเวลาระบบทำการโอนเหรียญให้สักพัก (ประมาณ 10-30 นาที) แล้วมาตรวจสอบสถานะธุรกรรมที่เมนู “View History”
- ถ้าขึ้นสถานะ “Completed” แสดงว่าเหรียญได้ถูกอนุมัติการถอนออกจาก Exchange และแต่อาจจะยังไม่ถูกโอนไปยัง Address ของคุณ และอาจจะต้องรอประมาณ 10 - 15 นาที
- ตรวจสอบสถานะธุรกรรมที่ “Address ปลายทาง” บนแอป OneKey (Hardware Wallet) ของคุณ ว่าได้รับเหรียญแล้วหรือไม่ครับ
- สถานะบน Binance ธุรกรรมจะอยู่ในสถานะ "Processing" และจะสิ้นสมบูรณ์เมื่อขึ้นสถานะ “Completed” เมื่อธุรกรรมอนุมัติจาก Binance แล้ว

ส่วนที่ 3 : ตรวจสอบความสำเร็จใน Trezor Suite (Hardware Wallet)
- สถานะบน Binance: ธุรกรรมจะอยู่ในสถานะ "Processing" และจะสิ้นสมบูรณ์เมื่อขึ้นสถานะ “Complete”
- สถานะใน Trezor Suite: เมื่อธุรกรรมได้รับการยืนยัน คุณจะเห็นยอดเหรียญที่โอนมาปรากฏใน Trezor Suite (อาจใช้เวลาประมาณ 10-30 นาทีขึ้นอยู่กับแต่ละ Exchange และช่วงเวลาครับ)

เบื้องต้น ที่หน้า Trezor Suite จะขึ้นยอดธุรกรรมที่มีการโอนเข้ามา (จากตัวอย่างจะเป็น +13,000 sat) แต่สังเกตว่าธุรกรรมนี้ขึ้น “Receiving BTC” และขึ้น “Unconfirmed” ซึ่งหมายความว่าธุรกรรมนี้อยู่ระว่างกระบวนการ ยังไม่แล้วเสร็จ คุณต้องรอเวลาสักพักจนธุรกรรมนี้ขึ้นสถานะ “Received BTC” ดังตัวอย่างด้านล่างครับ

เมื่อธุรกรรมของคุณ ขึ้น “Received BTC” และขึ้น “Confirmed” แล้ว แสดงว่า คุณทำสำเร็จแล้วครับ! ทรัพย์สินดิจิทัลของคุณถูกเก็บไว้ในที่ปลอดภัยใน Hardware Wallet ซึ่งควบคุมได้เฉพาะคุณคนเดียวเท่านั้นครับตอนนี้







Share:
คู่มือการโอนบิทคอยน์จาก InnovestX สู่ Trezor Hardware Wallet
คู่มือการโอนบิทคอยน์จาก BinanceTH สู่ Trezor Hardware Wallet