- ส่วนที่ 1 : การเตรียม Hardware Wallet (OneKey)
- 1. เตรียม OneKey และสร้าง Address
- 2. กด "Receive" (รับ)
- 3. ยืนยันบนอุปกรณ์ (สำคัญมากครับ)
- 4. คัดลอก Address
- ส่วนที่ 2 : เริ่มต้นโอนจาก Bitkub (ขั้นตอนทั่วไป)
- การเลือก Network ของ Bitcoin
- 1. เลือก Bitcoin Network (BTC)
- 2. เลือก Network อื่น
- 3.เลือก Lightning Network (LN)
- เริ่มต้นโอนจาก Bitkub
- เข้าสู่หน้า "ถอน" (Withdrawal) บน Bitkub
- การกรอกข้อมูลโอน BTC บน Bitkub
- การยืนยันตัวตนก่อนการโอน BTC บน Bitkub
- ส่วนที่ 3: ตรวจสอบธุรกรรมบนแอป OneKey App
ยกระดับความปลอดภัยด้วย Hardware Wallet
คุณได้เลือกหนทางที่ดีที่สุดในการ Self-Custody แล้วครับ! การย้ายทรัพย์สินดิจิทัลจาก Exchange (InnovestX) ไปยัง Hardware Wallet คือการเปลี่ยนจากการเก็บเหรียญแบบ "ออนไลน์" ไปเป็นการเก็บแบบ "ออฟไลน์" (Cold Storage) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในโลกคริปโตฯ ครับ
คู่มือนี้จะพาคุณจับมือทำทีละขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อให้การโอนเหรียญของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัยครับ
ส่วนที่ 1 : การเตรียม Hardware Wallet (OneKey)
ก่อนโอนบิทคอยน์ออกจากกระดานเทรดไปยัง Hardware Wallet เข้าแอป Binance เราต้องใช้ OneKey สร้าง "Address (ที่อยู่รับเหรียญ)" ให้พร้อมก่อนครับ (หากเพื่อน ๆ มี Hardware Wallet รุ่นอื่นอยู่ สามารถใช้ได้ตามสะดวกเลยนะครับ แต่ในคู่มือนี้ผมจะใช้ OneKey เป็นตัวอย่างในการรับโอนเหรียญครับ)
1. เตรียม OneKey และสร้าง Address
เปิด OneKey App เชื่อมต่ออุปกรณ์ OneKey ที่มีการสร้าง Seed Phrase เข้ากับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเลต จากนั้นเปิดโปรแกรม OneKey App บนอุปกรณ์ที่ต้องการ

2. กด "Receive" (รับ)
- เลือกบัญชีเหรียญที่ต้องการรับ (Bitcoin)
- กดปุ่ม "Receive" เพื่อสร้างที่อยู่รับเหรียญ
- เลือกเหรียญที่ต้องการรับ เลือก “BTC”

3. ยืนยันบนอุปกรณ์ (สำคัญมากครับ)
OneKey App จะแสดงที่อยู่ (Address) ขึ้นมา คุณต้องยืนยันว่าที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตรงกับ ที่อยู่บนหน้าจออุปกรณ์ OneKey ของคุณ 100%
เนื่องจากป้องกันมัลแวร์ที่อาจเปลี่ยน Address บนหน้าจอคอมฯ โดยที่คุณไม่รู้ตัวครับ


4. คัดลอก Address
คัดลอก Address ที่คุณยืนยันแล้วจาก OneKey App เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับการเตรียม "Address (ที่อยู่รับเหรียญ)" สำหรับรับ Bitcoin ครับ

ส่วนที่ 2 : เริ่มต้นโอนจาก Bitkub (ขั้นตอนทั่วไป)
การเลือก Network ของ Bitcoin
1. เลือก Bitcoin Network (BTC)
หากต้องการเก็บ Bitcoin ต้องเลือกใช้ Bitcoin Network (BTC) เท่านั้น เนื่องจาก Bitcoin ที่อยู่บน Network อื่นที่ไม่ใช่ Bitcoin Network จะไม่ใช้ Bitcoin ที่แท้จริง แต่เป็น Wrap Bitcoin (WBTC) ฉะนั้นหากต้องการเก็บ Bitcoin จริง ๆ ต้องเลือกใช้ Bitcoin Network เท่านั้น
2. เลือก Network อื่น
Bitcoin ที่อยู่ Network อื่นนั่นไม่ใช่ Bitcoin แต่เป็น Wrap Bitcoin (WBTC) คำถามคือ Wrap Bitcoin(WBTC) Token คืออะไร?
หลักการของ WBTC คือเอา Bicoin จริง ๆ มาค้ำ แล้วสร้างเป็น WBTC ออกมาในปริมาณที่เท่ากับที่เอามาค้ำ(จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ได้เท่ากันแบบเป๊ะ ๆ) เช่นเดียวกันกับการสร้าง stable coin เช่น USDT, USDC ที่เอาเงิน Fiat มาค้ำแล้วสร้างเหรียญออกมาในปริมาณที่เท่ากัน
แล้ว WBTC Token ใช่ Bitcoin หรือไม่?
คำตอบ คือ ไม่ใช่ Bitcoin ที่แท้จริง เปรียบเทียบให้ภาพง่าย ๆ WBTC Token เป็นเหมือนตั๋วทอง ตอนที่เราไปซื้อทองเราอยากได้ทองหรืออยากได้ตั๋วทอง? ในอดีตตั๋วทองมีประโยชน์ตรงที่เราได้กรรมสิทธิ์ช่วยในการเปลี่ยนมือได้ง่าย
ฉะนั้นเราต้องกลับมาดูว่าวัตถุประสงค์ที่เราซื้อ Bitcoin เราซื้อเพื่ออะไร? ถ้าเราจะเอาไปค้ำเพื่อได้สินทรัพย์อื่นหรืออยากเกร็งกำไรสั้น ๆ ก็ซื้อ WBTC Token แต่ถ้าเราอยากเก็บ Bitcoin จริง ๆ ก็ให้ซื้อ Bitcoin ที่อยู่บน Bitcoin Network
รูปแบบที่พบบ่อย
- BEP20 (BSC): BTCB
- ERC20 (Ethereum): WBTC
- Solana: BTC (Wrapped)
3.เลือก Lightning Network (LN)
Lightning Network คืออะไร ?
Lightning Network (LN) เป็นเครือข่ายที่อยู่บน Layer 2 ของ Bitcoin Blockchain (Layer 1) ซึ่งจะทำงานอยู่อีก Layer ที่ไม่ใช่การทำงานบน Layer 1 (Off-chain) นั่นเอง
โดย Lightning Network ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าใน Blockchain ของ Bitcoin เนื่องจากการประมวลผลธุรกรรมมหาศาล (Scalability Problem) ที่ช่วยให้การโอน BTC เร็วขึ้นและประหยัดค่าธรรมเนียม เริ่มได้รับความนิยมและมี Exchange รองรับมากขึ้น
ซึ่งการที่ Lightning network ทำธุรกรรมนอกเครือข่าย เรียกว่า Payment Channel โดยเมื่อมีการสร้างช่องทางการชำระเงิน(Channel) แล้วคู่สัญญาทั้งสองคนสามารถแลกเปลี่ยนเหรียญกันได้ โดยการสร้าง Channel และลงนามในธุรกรรมที่ปรับยอดคงเหลือของช่องทาง Lightning ซึ่งกำหนดให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องลงนามรับรองธุรกรรมทั้งหมดภายในช่องทาง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
เริ่มต้นโอนจาก Bitkub
เข้าสู่หน้า "ถอน" (Withdrawal) บน Bitkub
- เข้าสู่แอป Bitkub
- ไปที่เมนู “Wallet” มุมด้านล่างฝั่งขวามือ เพื่อดูรายการสินทรัพย์ดิจิทัล
- เลือก “ถอน” เพื่อถอนเหรียญที่ต้องการ
- เลือกเหรียญที่ต้องการโอน เช่น BTC, ETH, USDT ในคู่มือเล่มนี้โอนบิทคอยน์ เลือกบิทคอยน์

การกรอกข้อมูลโอน BTC บน Bitkub
- Address (ที่อยู่): วางที่อยู่ BTC ที่คัดลอกและยืนยันแล้วจาก Trezor (ตรวจสอบ 5 ตัวแรกและ 5 ตัวสุดท้าย ว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่)
- เลือก Network (เครือข่าย): เลือก Bitcoin Network หรือ BTC
- Amount (จำนวน): ใส่จำนวน BTC ที่ต้องการถอน
- ตรวจสอบค่าธรรมเนียม และ จำนวนเหรียญที่คุณจะได้รับ แล้วกดปุ่ม "ตรวจสอบข้อมูลคำ”
- ตรวจสอบ “Address (ที่อยู่ปลายทาง)” อีกครั้ง (สำคัญมากครับ!) ถ้าถูกต้องแล้ว คุณสามารถกด “ยืนยัน” ได้เลยครับ
- กดเลือก วิธีการยืนยันตัวตน ตามที่เราลงทะเบียนไว้กับ Bitkub

การยืนยันตัวตนก่อนการโอน BTC บน Bitkub
- เลือกใช้การยืนยันตัวตนประเภทอื่นให้เลือกตามที่ตั้งค่าไว้
- กด “Send Code” เพื่อขอรับรหัส OTP ผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้
- กด “Send Code” เพื่อขอรับรหัส OTP ผ่านอีเมลที่ลงทะเบียนไว้
- เปิดแอป Google Authenticator นำรหัสที่ได้จากแอป “Google Authenticator” มากรอกใส่ในแอป “Bitkub” และกด “ยืนยัน”

กระบวนการหลังจากการบิทคอยน์บน Bitkub
- เมื่อยืนยันแล้ว ระบบจะขึ้นว่า “กำลังดำเนินการ” ซึ่งหมายความว่าระบบกำลังดำเนินการทำธุรกรรมนี้อยู่นั่นเอง
- รอเวลาระบบทำการโอนเหรียญให้สักพัก (ประมาณ 10-30 นาที) แล้วมาตรวจสอบสถานะธุรกรรม
- ไปที่เมนู “กระเป๋าเงิน” กดเครื่องหมายด้านบนขวาดังภาพ เพื่อดู “ประวัติการทำรายการ”
- เลือกธุรกรรทที่ต้องการเพื่อตรวจสอบรายละเอียดได้
- ถ้าขึ้นสถานะ “สำเร็จ” แสดงว่าเหรียญได้ถูกอนุมัติการถอนออกจาก Exchange และแต่อาจจะยังไม่ถูกโอนไปยัง Address ของคุณ และอาจจะต้องรอประมาณ 10 - 15 นาที
- สถานะบน Bitkub ธุรกรรมจะอยู่ในสถานะ "กำลังดำเนินการ" และจะสิ้นสมบูรณ์เมื่อขึ้นสถานะ “สำเร็จ” เมื่อธุรกรรมอนุมัติจาก Bitkub แล้ว
- ตรวจสอบสถานะธุรกรรมที่ “Address ปลายทาง” บนแอป Trezor (Hardware Wallet) ของคุณ ว่าได้รับเหรียญแล้วหรือไม่ครับ

ส่วนที่ 3: ตรวจสอบธุรกรรมบนแอป OneKey App
สถานะใน OneKey App เมื่อธุรกรรมได้รับการยืนยัน คุณจะเห็นยอดเหรียญที่โอนมาปรากฏใน OneKey App (อาจใช้เวลาประมาณ 10-30 นาทีขึ้นอยู่กับแต่ละ Exchange และช่วงเวลาครับ)








Share:
คู่มือการโอนบิทคอยน์จาก InnovestX สู่ OneKey Hardware Wallet
คู่มือการโอนบิทคอยน์จาก Binance สู่ OneKey Hardware Wallet