สารบัญ

Liquid Network ของ Blockstream เกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ วันที่ 7 กันยายน 2026(วันนี้) มี Bitcoin เกือบ 4,000 BTC (~320 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 95% ของทุนสำรองทั้งหมด) ถูกถอนออกจาก Federation wallet จนเครือข่ายต้องหยุดชั่วคราว

หลายคนที่ใช้ Hardware Wallet อย่าง Jade, Trezor, OneKey สงสัยว่ากระเป๋าตัวเองเกี่ยวข้องไหม บทความนี้อธิบายทั้งหมดแบบเข้าใจง่าย แยกชัดว่าอะไรกระทบ อะไรไม่กระทบ

อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 7 กันยายน 2026  รายละเอียดทางเทคนิคยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้

1. Liquid Network คืออะไร?

Liquid Network คือ "เครือข่ายลูก" ของ Bitcoin (sidechain) สร้างโดย Blockstream เพื่อให้เทรด/โอน Bitcoin เร็วขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

หลักการทำงาน

  • เอา BTC จริงไปฝากล็อกไว้กับกลุ่มผู้ดูแลเครือข่าย (Federation  กลุ่มบริษัท/เอ็กซ์เชนจ์ใหญ่ๆ ร่วมกันดูแล ปัจจุบันมี 15 หน่วยงานที่ทำหน้าที่ signer เรียกว่า functionaries)
  • ระบบออก "เหรียญแทน" เรียกว่า L-BTC (1 L-BTC = 1 BTC ที่ถูกล็อกไว้จริง)
  • จะถอนคืนก็เอา L-BTC ไป "burn" (ทำลาย) เพื่อแลกกลับเป็น BTC จริง เรียกขั้นตอนนี้ว่า peg-out

เปรียบเทียบง่ายๆ เอาเงินสดไปแลกชิปคาสิโน (L-BTC) เพื่อเล่นเกมเร็วขึ้น แล้วค่อยเอาชิปมาแลกเงินสดคืนทีหลัง เงินสดจริงถูกเก็บไว้ในตู้เซฟกลาง (Federation wallet)

2. เกิดอะไรขึ้น  และทำไม BTC จริงถึงหลุดออกมาได้

ไทม์ไลน์

  • 6 ก.ย. 2026 เวลา 14:06 UTC มีคำขอ peg-out ผ่านแอป SideSwap(แพลตฟอร์มในการแลก L-BTC เป็น BTC) ขอแลก L-BTC ประมาณ 4,000 เหรียญกลับเป็น BTC
  • 14:28 UTC Federation (ระบบ 11-จาก-15 multisig) ตรวจสอบและเซ็นอนุมัติตามขั้นตอนปกติ จ่าย BTC จริงออกไป 3,996 BTC
  • ทุนสำรอง Federation wallet ลดจาก ~4,200 BTC เหลือ ~197 BTC ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที

ทำไมมันผ่านการอนุมัติได้? 

ระบบ peg-out ของ Liquid มีเกราะป้องกัน 2 ชั้น 

1. ต้องมี 11 ใน 15 functionary เซ็นอนุมัติ 

2. ปลายทาง BTC ต้องอยู่ใน whitelist ที่เรียกว่า PAK (Peg-out Authorization Key)  SideSwap คือหนึ่งในผู้ให้บริการที่มี PAK ถูกต้องตามกฎ (ทำหน้าที่ peg-out แทนผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มี PAK ของตัวเอง)

ทั้งสองชั้นนี้ ทำงานถูกต้องทุกอย่าง ลายเซ็นครบ, ปลายทางถูก whitelist, L-BTC ถูก burn จริงตามจำนวน ปัญหาจริงๆ อยู่ที่ ต้นทางของ L-BTC ก้อนนั้น Blockstream และ SideSwap แถลงตรงกันว่า L-BTC ที่นำมาแลกครั้งนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นมาจาก บั๊กในซอฟต์แวร์ Elements (ซอฟต์แวร์ที่ใช้รัน Liquid) ไม่ได้เกิดจากการฝาก BTC จริงเข้าระบบ (peg-in) ตามปกติ

พูดง่ายๆ เมื่อ L-BTC ปลอมถูกสร้างขึ้นมาบนบัญชีแยกประเภทแล้ว มันดูเหมือนของจริงทุกประการ ไม่มีอะไรให้แยกแยะได้เลยในทางเทคนิค ระบบของ SideSwap และ Federation จึงประมวลผลมันเหมือน L-BTC ปกติทั่วไป นี่ไม่ใช่ความผิดของ SideSwap หรือ PAK แต่เป็นช่องโหว่ที่อยู่ลึกกว่านั้นในโค้ดของ Elements เอง

อธิบายเพิ่มเติม SideSwap คืออะไร?

SideSwap เป็นบริการที่ทำงานบน Liquid และมีบริการที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนและ peg-in / peg-out ระหว่าง Bitcoin กับ Liquid ในเหตุการณ์นี้ รายการประมาณ 4,000 L-BTC ถูกส่งเข้ามายัง SideSwap peg-out service

จากข้อมูลที่เปิดเผย SideSwap ระบุว่ารายการดังกล่าวมาจากคำสั่งจากลูกค้าปกติและระบบของ SideSwap ประมวลผลตามกระบวนการปกติ

Blockstream ยืนยันชัดเจนว่า กุญแจ PAK ของ SideSwap และกุญแจอื่นๆ ทั้งหมด ไม่ได้ถูกแฮ็กหรือถูกขโมย

3. คนที่อ้างว่าเป็น "White Hat" คือใคร?

ผู้ควบคุมเหรียญทิ้งข้อความ on-chain ว่า "we are whitehats. contact us on chain" แต่ต้องระวัง  Liquid เองก็ใช้คำว่า "purported" (ผู้ที่อ้างว่าเป็น) ไม่ได้ยืนยันตัวตนจริง

Charles Guillemet ซีทีโอของ Ledger ออกมาตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าคำกล่าวอ้างนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่สุจริตมักจะแจ้งช่องโหว่ก่อนเคลื่อนย้ายเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ไม่ใช่ดึงเงินออกไปเกือบทั้งหมดก่อนแล้วค่อยติดต่อทีหลัง

ยังไม่ทราบว่าเงินจะถูกคืนหรือไม่  ควรใช้คำว่า "ผู้ที่อ้างว่าเป็น White Hat" ไปก่อน จนกว่าจะมีการยืนยันเจตนาที่แท้จริง

4. ผลกระทบตอนนี้

  • Bridge nodes ถูกปิดชั่วคราว → ส่งธุรกรรมใหม่เข้า Liquid ไม่ได้
  • Exchange ต่างๆ ถูกขอให้ระงับการฝาก-ถอน L-BTC
  • USDT, DePix, RWA บน Liquid ไม่ได้รับผลกระทบ (ตามรายงาน ณ ขณะนี้)
  • ผู้ถือ L-BTC แลกคืนเป็น BTC จริงไม่ได้จนกว่าจะแก้ไขปัญหาเสร็จ

5. Hardware Wallet Jade, Trezor, OneKey เกี่ยวอะไรด้วย?

ต้องแยกให้ชัดก่อน BTC บน Bitcoin mainnet กับ L-BTC บน Liquid Network เป็นคนละเครือข่ายกัน เหตุการณ์นี้เกิดกับ Liquid เท่านั้น ไม่ได้เกิดกับ Bitcoin mainnet หรือกับตัว hardware wallet เอง

Hardware Wallet รองรับ Liquid (L-BTC) ไหม? เกี่ยวข้องกับข่าวนี้ไหม?
Blockstream Jade ✅ รองรับโดยตรง เกี่ยวข้อง เฉพาะถ้าคุณถือ L-BTC ผ่าน Jade  ถ้าใช้ Jade เก็บ BTC mainnet ปกติ ไม่กระทบ
Trezor ❌ ไม่รองรับ (ยืนยันในฟอรัมทางการของ Trezor) ไม่เกี่ยวข้อง ถ้าถือ BTC mainnet
OneKey ❌ ไม่รองรับ ไม่เกี่ยวข้อง ถ้าถือ BTC mainnet

สรุป 

ไม่มี hardware wallet ตัวไหนถูกแฮ็ก และ private key ของทุกคนยังปลอดภัย 100% คำถามที่ควรถามจริงๆ ไม่ใช่ "ใช้ยี่ห้ออะไร" แต่คือ "สินทรัพย์ที่ถืออยู่บนเครือข่ายไหน"  ถ้าเป็น BTC mainnet ธรรมดา ไม่ต้อง panic แต่ถ้าเป็น L-BTC บน Liquid (ไม่ว่าเก็บผ่าน Jade หรือแอปไหนก็ตาม) กำลังถือสินทรัพย์บนเครือข่ายที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้

6. บทเรียนสำคัญ

  • BTC ≠ L-BTC  แม้ L-BTC จะออกแบบให้มีมูลค่า 1:1 กับ BTC แต่ต้องพึ่งพากลไกของ Liquid (Federation, PAK, ซอฟต์แวร์ Elements) ความเสี่ยงจึงต่างจากถือ BTC บน mainnet โดยตรง
  • Hardware wallet ป้องกัน private key ได้ดี แต่ไม่ได้ลบความเสี่ยงของเครือข่ายหรือ protocol ที่สินทรัพย์นั้นวิ่งอยู่บน  ไม่ว่าจะเป็น wrapped asset, sidechain asset, bridge asset หรือ stablecoin ล้วนมีความเสี่ยงเฉพาะของระบบนั้นๆ

FAQ

Q1: Bitcoin ที่เก็บใน Trezor, OneKey หรือ Jade ปลอดภัยไหม? 

ถ้าเป็น BTC บน Bitcoin mainnet ปลอดภัย 100% เหตุการณ์นี้เกิดกับระบบ Liquid ไม่ใช่ Bitcoin blockchain หลัก และไม่มีการขโมย private key ของ hardware wallet เกิดขึ้น

Q2: ถ้ามี L-BTC อยู่ใน Jade ควรทำอย่างไร? 

ให้ติดตามประกาศจาก Blockstream/Liquid โดยตรง เพราะตอนนี้แลก L-BTC กลับเป็น BTC ไม่ได้จนกว่าเครือข่ายจะกลับมาทำงานปกติ ไม่ควรรีบทำธุรกรรมเพิ่มโดยไม่เช็คสถานะล่าสุดก่อน

Q3: L-BTC ของผู้ใช้ทั่วไปถูกขโมยไปด้วยหรือเปล่า? 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือทุนสำรอง BTC ที่หนุนหลัง L-BTC ทั้งระบบหายไปเกือบหมด ซึ่งกระทบกลไกการแลกคืนของทุกคน แต่รายละเอียดการเยียวยา/จัดการ L-BTC คงค้างต้องรอประกาศเพิ่มเติม

Q4: ทำไมเรียกว่า "บั๊ก" ไม่เรียกว่า "แฮ็ก"? 

เพราะทุกลายเซ็นและกุญแจอนุญาต (PAK) ทำงานถูกต้องตามที่ออกแบบไว้ทุกประการ ปัญหาอยู่ที่ต้นทางของ L-BTC ซึ่งดูเหมือนถูกสร้างขึ้นมาจากช่องโหว่ในโค้ด Elements ไม่ใช่มีใครขโมยกุญแจไปใช้

Q5: เหตุการณ์นี้กระทบ Bitcoin โดยรวมไหม? 

ไม่กระทบ Bitcoin mainnet ยังทำงานปกติและปลอดภัยเหมือนเดิม ปัญหาทั้งหมดจำกัดอยู่ในระบบ sidechain ของ Liquid เท่านั้น

แหล่งข่าวอ้างอิง

ข้อมูล ณ วันที่ 7 กันยายน 2026 เหตุการณ์ยังคงต่อเนื่อง โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดจาก Blockstream/Liquid ก่อนนำไปเผยแพร่นะครับ