TapSigner บัตร NFC สำหรับ Bitcoin ที่ใช้งานง่ายแต่ปลอดภัย


เริ่มต้น เราทำความรู้จักรายละเอียดของการ์ดกันก่อน ตัวบัตรทำมาจาก Polycarbonate ทำให้คุณสมบัติ ลักษณะต่าง ๆ ใกล้เคียงกับบัตรเครดิต หรือบัตรประชาชนที่เราใช้กันทั่วไป แต่มีรายละเอียดบางอย่างที่เราอาจจะต้องให้ความสำคัญด้วย

โดยรายละเอียดหลังบัตร 

  • Card identifier : รหัสประจำตัวของบัตร tapsigner ของเรา
  • Starting pin : เลข PIN ที่ใช้จับคู่กับการใช้งานแอปครั้งแรก
  • Backup password : เลขรหัสที่ไว้ใช้ recovery key ในกรณีที่เราจะกู้ key, wallet คืนมา แนะนำให้จดและเก็บไว้อย่างปลอดภัย

 

Bitcast

 

ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชั่น nunchuk


  • เข้า App Store หรือ Google Play 
  • พิมพ์ “Nunchuk wallet” แล้วกดติดตั้ง 
  • ดาวน์โหลดตามระบบปฏิบัติการของคุณ


Bitcast

 

ขั้นตอนที่ 2 เชื่อมต่อ Tapsigner กับ Nunchuk application

 

  • เปิดแอปพลิเคชั่น Nunchuk จะพบกับหน้าล็อคอิน โดยเราจะเลือกล็อคอินด้วยอีเมล หรือไม่ล็อคอินก็ได้ครับ 

 

Bitcast

 

  • หลังจากที่เราล็อคอินแล้วเราจะพบกับหน้า home ให้เราเริ่มทำการเชื่อมต่อกับ Tapsigner ได้เลยครับ โดยกดไปที่ “Add key”


Bitcast

 

  • ระบบจะให้เราเลือกว่าเราจะใช้อะไรเชื่อมต่อกับ Nunchuk โดยในบทความนี้จะเลือกเป็น Tapsigner ครับ
  • กด “Add Tapsigner via NFC” -> แตะบัตร Tapsigner ที่โทรศัพท์ของเรา ->  ทำตามขั้นตอนที่ระบบแจ้งให้ทำเพื่อติดตั้ง NFC Key 
  • set up chain code เลือก automatic 
  • set up new pin 
    • Starting Pin : เลข PIN ที่อยู่ด้านหลังบัตร
    • New Pin : เลข PIN ที่เราตั้งขึ้นมาใหม่ไว้ใช้งาน
    • Confirm new PIN : กรอกเลข PIN ที่เราตั้งขึ้นใหม่ในขั้นตอนที่แล้วเพื่อยืนยัน PIN  


Bitcast


  • ระบบจะให้เรา Back up File ไว้สำหรับ recovery Key ของเรา ให้ทำการ Back up เก็บเอาไว้ เป็นการติดตั้ง Key สำเร็จ (ขั้นตอนนี้สำคัญมาก)


Bitcast


ขั้นตอนที่ 3 การสร้างกระเป๋าใหม่

  • กดไปที่ Create new wallet


Bitcast

 

  • ระบบจะมีให้เลือกว่าจะสร้างกระเป๋าในรูปแบบไหน โดยบทความนี้จะสอนการสร้างกระเป๋าแบบ “Single signature” ก่อนนะครับ (กระเป๋าแบบ Multi-signature จะกล่าวในบทความต่อไปในภายหลังครับ) กดเลือก “Custom wallet”
  • ตั้งชื่อกระเป๋าและเลือกประเภทของ Address ให้เลือก “Native Segwit”
  • เลือก Key ที่เราได้ทำการเพิ่มไปจากขั้นตอนที่แล้ว 
    1. Required Key คือจำนวน Key ที่ใช้ในการยืนยันธุรกรรม กระเป๋าแบบ Single signature  ให้เลือกเป็น 1 Key เพราะใช้แค่ 1 Key ในการยืนยันธุรกรรม แต่ในกรณีที่เป็น Multi-signature จะต้องมี Key เพิ่มเพื่อใช้ในการยืนยันธุรกรรมครับ
  • ตรวจสอบการข้อมูลให้เรียบร้อย


Bitcast


  • ระบบจะมีให้ Back up file ไว้สำหรับ recovery กระเป๋าของเรา ให้ทำการบันทึกเก็บไว้(ขั้นตอนนี้ก็สำคัญ)


Bitcast


ขั้นตอนที่ 4 วิธีการรับ/ส่ง Bitcoin

วิธีการรับ Bitcoin

  • กดเลือกกระเป๋าที่เราจะใช้รับ Bitcoin ที่หน้า home


Bitcast


  • กด “Receive” -> คัดลอกเลข address หรือนำ qr code ไปให้ผู้ส่ง


Bitcast

Bitcast


วิธีการส่ง

  • กดเลือกกระเป๋าที่เราจะใช้ส่ง Bitcoin ที่หน้า home


Bitcast


  • กด “Send” -> กรอกจำนวน Bitcoin ที่เราต้องการส่ง -> วางเลข address หรือสแกน qr code ของผู้รับ -> ตรวจสอบธุรกรรมที่เราต้องการส่ง ถ้าธุรกรรมถูกต้องแล้วให้กด continue -> กด sign


Bitcast


Bitcast


  • รอยืนยันธุรกรรม เป็นอันเสร็จ


Bitcast


ข้อดี

  • ใช้งานง่าย พกพาสะดวก 
  • มีความปลอดภัยที่สูง เนื่องจาก ไม่มีจอ ไม่มีปุ่ม ไม่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ทำให้มีโอกาสในการถูกแฮกค่อนข้างน้อย
  • ราคาประหยัด เข้าถึงได้ง่าย
  • ใช้ร่วมกับระบบ multisig ได้ (เป็นจุดเด่นมากในข้อนี้)

ข้อเสีย

  • ถ้าทำบัตรหาย และไม่ได้สำรองไว้ไฟล์ back up ไว้ = เงินหายไม่สามารถกู้คืนได้
  • มีความเสี่ยงหากเก็บไม่ดี เช่น โดนสแกน NFC โดยไม่รู้ตัว (ควรใส่ซองกัน RFID หรือกระเป๋าป้องกัน)
  • ไม่มี seed phrase สำหรับกู้คืนแบบดั้งเดิม จึงควรมีแผนสำรองที่เหมาะสม เช่น ใช้ร่วมกับ multisig
  • ควรใช้ร่วมกับ key ตัวอื่นในการ multisig เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง

เหมาะกับใคร?

  • คนที่อยากเริ่มใช้ hardware wallet แบบง่ายๆ และราคาย่อมเยา
  • บุคคลที่เน้นใช้งานกับมือถือ และเน้นพกพาได้สะดวก
  • คนที่เริ่มจริงจังเรื่อง self-custody
  • ผู้ใช้ multisig ที่อยากได้ key เพิ่มแบบพกง่าย

สรุป 

Tapsigner เป็นหนึ่งใน Hardware Wallet ที่แอดมองว่า “เรียบง่ายแต่ทรงพลัง” ใช้งานไม่ยาก พกพาสบาย และเชื่อมต่อกับแอปอย่าง Nunchuk ได้ราบรื่นมาก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น หรือคนที่อยากเริ่มจริงจังเรื่องการดูแลคริปโตด้วยตัวเองแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้จะมีข้อจำกัดบ้างเรื่องการเก็บรักษาและการ Backup แต่ถ้าใช้อย่างมีวินัย ถือว่าเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจและ “คุ้มค่า” อีกหนึ่งตัวครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

ทิ้งข้อความไว้

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเผยแพร่

เว็บไซต์นี้ได้รับการคุ้มครองโดย hCaptcha และมีการนำนโยบายความเป็นส่วนตัวของ hCaptcha และข้อกำหนดในการใช้บริการมาใช้

วิธีรีเซ็ตเครื่อง (ล้างเครื่อง) Trezor Safe 3, 5 และ 7 กรณีลืมรหัส PIN

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ลืม PIN  แก้ยังไงใน Hardware Wallet ตระกูล Trezor Safe 

ทำความรู้จัก Trezor จุดเริ่มต้นของ Hardware Wallet และเหตุผลที่นักลงทุนทั่วโลกเลือกใช้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ทำความรู้จัก Trezor จุดเริ่มต้นของ Hardware Wallet และเหตุผลที่นักลงทุนทั่วโลกเลือกใช้

คู่มือเลือก Bitcoin Address สำหรับโอน Bitcoin เข้ากระเป๋าส่วนตัว สำหรับมือใหม่

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 4 ประเภท Bitcoin Address เลือกใช้แบบไหนดี? (สำหรับมือใหม่)