ในวันนี้ทีม Bitcast ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.เอ็ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุน ที่ผ่านการสอนและให้คำปรึกษาด้านการลงทุนมาอย่างยาวนาน เราจะมาพูดคุยกันในประเด็นที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการเริ่มต้นลงทุน

หากต้องการชม Live กันแบบเต็ม ๆ สามารถชมได้ที่นี่ครับ

ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่เริ่มลงทุน?

อ.เอ็มเปรียบการลงทุนเหมือนการออกกำลังกายและการเรียนภาษาอังกฤษ ที่ทุกคนรู้ว่าสำคัญ แต่มักไม่ลงมือทำ จากประสบการณ์การสอนของอาจารย์ พบว่าแม้ 100% จะบอกว่าการลงทุนสำคัญ แต่มีเพียง 1% เท่านั้นที่ลงมือทำจริง

Q: แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนไม่เริ่มลงทุน?

  • ขาดความรู้พื้นฐานในการลงทุน (ไม่รู้จักตราสารหนี้ ไม่รู้วิธีดูงบ)
  • จัดลำดับความสำคัญผิด (เลือกทำเรื่องเร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ)
  • รอให้พร้อมก่อนเริ่ม (ซึ่งมักไม่พร้อมสักที)

 

มีเงิน 50,000 ควรเริ่มลงทุนอย่างไร?

อาจารย์มีมุมมองที่น่าสนใจมาก โดยให้พิจารณาก่อนว่านี่เป็นเงินแบบไหน:

Q: ต้องถามตัวเองอะไรบ้างก่อนเริ่มลงทุน?

  1. เป็นเงินเก็บที่หามาด้วยความยากลำบากหรือไม่?
  2. ปัจจุบันอายุเท่าไหร่? มีเป้าหมายทางการเงินในแต่ละช่วงอายุอย่างไร?
  3. มีรายได้และความสามารถในการเก็บเงินเท่าไหร่ต่อเดือน?
  4. ตอนเกษียณต้องการมีเงินเท่าไหร่?

 

คำแนะนำจากอาจารย์

  • ถ้าเป็นเงินเก็บก้อนแรก ควรเก็บไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงทุน
  • ใช้เวลาศึกษาและทำความเข้าใจการลงทุนก่อน
  • เริ่มต้นจากการลงทุนทีละน้อย เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

 

ตัวอย่างพลังของการลงทุนระยะยาว

อาจารย์ยกตัวอย่างที่น่าสนใจมาก

ออมเงินเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่อายุ 20 ปี ถึงเกษียณ

  • ฝากธนาคาร (0.5%): ได้ 6 ล้านตอนเกษียณ
  • ลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 5%: ได้ 20 ล้านตอนเกษียณ
  • ลงทุนในหุ้นอเมริกา (10%): อาจได้ถึง 100 ล้าน

แต่มีข้อควรระวัง

  • ต้องใช้เวลาศึกษา 4-5 ปีเหมือนเรียนปริญญา
  • ถ้าเริ่มช้าไป 15 ปี จะสูญเสียโอกาสไป 80%
  • ต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อที่จะทำให้มูลค่าเงินลดลง 5 เท่าในอีก 45 ปี

 

มุมมองน่าสนใจเรื่องการลงทุน

อาจารย์แบ่งนักลงทุนเป็น 3 ประเภท

  1. นักลงทุน: เน้นจัดการความเสี่ยง มากกว่าผลตอบแทน
  2. นักเก็งกำไร: ต้องมีจุดเข้า-ออกชัดเจน
  3. นักพนัน: ไม่มีจุดออก รอจนกว่าจะขาดทุนหนัก

 

ความเห็นส่วนตัวผู้เขียน

การแบ่งประเภทนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดมากว่าเราควรวางแผนการลงทุนอย่างไร และต้องระวังไม่ให้การลงทุนกลายเป็นการพนัน การที่อาจารย์เน้นย้ำว่าไม่มีอะไรผิด แต่ต้องยอมรับผลที่ตามมา สะท้อนมุมมองที่เป็นกลางและเข้าใจความเป็นจริงของตลาด

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. ความสำเร็จในการลงทุนเริ่มจากการรู้จักตัวเอง
  2. เวลาคือปัจจัยสำคัญที่สุด - เริ่มเร็ว ได้เปรียบมาก
  3. การศึกษาและความรู้คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
  4. ต้องเข้าใจว่าตัวเองเป็นนักลงทุนประเภทไหน
  5. การจัดการความเสี่ยงสำคัญกว่าการไล่หาผลตอบแทนสูงสุด

 

ข้อคิดสำหรับผู้ฟัง

จากการพูดคุยครั้งนี้ เราได้เห็นว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องของการรวยเร็ว แต่เป็นการวางแผนชีวิตระยะยาว การเข้าใจตัวเองและเริ่มต้นอย่างมีระบบสำคัญกว่าการรีบร้อนลงทุน โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น การใช้เวลาศึกษาและค่อยๆ สะสมประสบการณ์จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว พบกันใหม่กับบทสัมภาษณ์ถัดไปครับ

ทิ้งข้อความไว้

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเผยแพร่

เว็บไซต์นี้ได้รับการคุ้มครองโดย hCaptcha และมีการนำนโยบายความเป็นส่วนตัวของ hCaptcha และข้อกำหนดในการใช้บริการมาใช้

Trezor Safe 3 กับ OneKey Classic 1S Pure เลือกรุ่นไหนดี?

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trezor Safe 3 กับ OneKey Classic 1S Pure เลือกรุ่นไหนดี?

ถอดรหัส Citigroup ปรับเป้า Bitcoin สู่ 113,000 ดอลลาร์ สถาบันมองเห็นอะไร ทำไมทิ้งห่าง Ethereum

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ถอดรหัส Citigroup ปรับเป้า Bitcoin สู่ 113,000 ดอลลาร์ สถาบันมองเห็นอะไร ทำไมทิ้งห่าง Ethereum

Open Source Hardware Wallet คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ ?

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Open Source Hardware Wallet คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ ?