เงินเฟ้อกัดกินเงินออม! เผยวิธีลงทุนรับมือเงินเฟ้อ ก่อนเงินในกระเป๋าหด

เงินเฟ้อกัดกินเงินออม! เผยวิธีลงทุนรับมือเงินเฟ้อ ก่อนเงินในกระเป๋าหด

ในวันนี้ทีม Bitcast ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.เอ็ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุน ที่ผ่านการสอนและให้คำปรึกษาด้านการลงทุนมาอย่างยาวนาน เราจะมาพูดคุยกันในประเด็นที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการเริ่มต้นลงทุน

หากต้องการชม Live กันแบบเต็ม ๆ สามารถชมได้ที่นี่ครับ

ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่เริ่มลงทุน?

อ.เอ็มเปรียบการลงทุนเหมือนการออกกำลังกายและการเรียนภาษาอังกฤษ ที่ทุกคนรู้ว่าสำคัญ แต่มักไม่ลงมือทำ จากประสบการณ์การสอนของอาจารย์ พบว่าแม้ 100% จะบอกว่าการลงทุนสำคัญ แต่มีเพียง 1% เท่านั้นที่ลงมือทำจริง

Q: แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนไม่เริ่มลงทุน?

  • ขาดความรู้พื้นฐานในการลงทุน (ไม่รู้จักตราสารหนี้ ไม่รู้วิธีดูงบ)
  • จัดลำดับความสำคัญผิด (เลือกทำเรื่องเร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ)
  • รอให้พร้อมก่อนเริ่ม (ซึ่งมักไม่พร้อมสักที)

 

มีเงิน 50,000 ควรเริ่มลงทุนอย่างไร?

อาจารย์มีมุมมองที่น่าสนใจมาก โดยให้พิจารณาก่อนว่านี่เป็นเงินแบบไหน:

Q: ต้องถามตัวเองอะไรบ้างก่อนเริ่มลงทุน?

  1. เป็นเงินเก็บที่หามาด้วยความยากลำบากหรือไม่?
  2. ปัจจุบันอายุเท่าไหร่? มีเป้าหมายทางการเงินในแต่ละช่วงอายุอย่างไร?
  3. มีรายได้และความสามารถในการเก็บเงินเท่าไหร่ต่อเดือน?
  4. ตอนเกษียณต้องการมีเงินเท่าไหร่?

 

คำแนะนำจากอาจารย์

  • ถ้าเป็นเงินเก็บก้อนแรก ควรเก็บไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงทุน
  • ใช้เวลาศึกษาและทำความเข้าใจการลงทุนก่อน
  • เริ่มต้นจากการลงทุนทีละน้อย เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

 

ตัวอย่างพลังของการลงทุนระยะยาว

อาจารย์ยกตัวอย่างที่น่าสนใจมาก

ออมเงินเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่อายุ 20 ปี ถึงเกษียณ

  • ฝากธนาคาร (0.5%): ได้ 6 ล้านตอนเกษียณ
  • ลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 5%: ได้ 20 ล้านตอนเกษียณ
  • ลงทุนในหุ้นอเมริกา (10%): อาจได้ถึง 100 ล้าน

แต่มีข้อควรระวัง

  • ต้องใช้เวลาศึกษา 4-5 ปีเหมือนเรียนปริญญา
  • ถ้าเริ่มช้าไป 15 ปี จะสูญเสียโอกาสไป 80%
  • ต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อที่จะทำให้มูลค่าเงินลดลง 5 เท่าในอีก 45 ปี

 

มุมมองน่าสนใจเรื่องการลงทุน

อาจารย์แบ่งนักลงทุนเป็น 3 ประเภท

  1. นักลงทุน: เน้นจัดการความเสี่ยง มากกว่าผลตอบแทน
  2. นักเก็งกำไร: ต้องมีจุดเข้า-ออกชัดเจน
  3. นักพนัน: ไม่มีจุดออก รอจนกว่าจะขาดทุนหนัก

 

ความเห็นส่วนตัวผู้เขียน

การแบ่งประเภทนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดมากว่าเราควรวางแผนการลงทุนอย่างไร และต้องระวังไม่ให้การลงทุนกลายเป็นการพนัน การที่อาจารย์เน้นย้ำว่าไม่มีอะไรผิด แต่ต้องยอมรับผลที่ตามมา สะท้อนมุมมองที่เป็นกลางและเข้าใจความเป็นจริงของตลาด

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. ความสำเร็จในการลงทุนเริ่มจากการรู้จักตัวเอง
  2. เวลาคือปัจจัยสำคัญที่สุด - เริ่มเร็ว ได้เปรียบมาก
  3. การศึกษาและความรู้คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
  4. ต้องเข้าใจว่าตัวเองเป็นนักลงทุนประเภทไหน
  5. การจัดการความเสี่ยงสำคัญกว่าการไล่หาผลตอบแทนสูงสุด

 

ข้อคิดสำหรับผู้ฟัง

จากการพูดคุยครั้งนี้ เราได้เห็นว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องของการรวยเร็ว แต่เป็นการวางแผนชีวิตระยะยาว การเข้าใจตัวเองและเริ่มต้นอย่างมีระบบสำคัญกว่าการรีบร้อนลงทุน โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น การใช้เวลาศึกษาและค่อยๆ สะสมประสบการณ์จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว พบกันใหม่กับบทสัมภาษณ์ถัดไปครับ

กลับไปยังบล็อก

แสดงความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะได้รับการเผยแพร่